กินอาหารจากกล่องโฟมทุกวันติดกัน 10 ปีเสี่ยงเป็นมะเร็ง 6 เท่า

นกมีเรื่องของภัยใกล้ตัวที่หลายคนมักจะมองข้ามหรือว่าใส่ใจกับมันน้อยเกินไปนั่นก็คือการรับประทานอาหารจากล่องโฟม เพราะมีผลงานวิจัยที่น่าตกใจมาว่า หากเรารับประทานอาหารจากกล่องโฟมวันละมื้อเป็นเวลา 10 ปีติดต่อกัน มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งมากขึ้น 6 เท่า และความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งจากการรับประทานอาหารจากกล่องโฟมจะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง 3 ชนิด

รับประทานอาหารจากกล่องโฟมวันละมื้อเป็นเวลา 10 ปีติดต่อกัน มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งมากขึ้น 6 เท่า

นอกจากความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งแล้ว ในคุณผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หากรับประทานอาหารจากกล่องโฟมเป็นประจำก็จะมีความเสี่ยงทำให้ลูกที่เกิดขึ้นมาเป็นโรคเอ๋อหรือสมองพิการได้

สารก่อมะเร็งสไตรีน (styrene) ในกล่องโฟม

สหรัฐอเมริกาขึ้นบัญชีสารก่อมะเร็งในกล่องโฟมบรรจุอาหารที่ชื่อว่าสไตรีน (styrene) ซึ่งกล่องโฟมที่เราเห็นตามตลาดทั่วไปหรือไซโลโฟมเป็นของเสียเหลือทิ้งจากกรับวนการกลั่นปิโตรเลียมที่ประกอบด้วยสารสไตรีน

khanom krok – Thai Doughnuts with egg and coconut fillings in a foam container. by User:Mattes | https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Khanom_krok_in_container_-_Thailand.JPG

สารสไตรีนจะมีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิงทำให้ระบบประจำเดือนของผู้หญิงแปรปรวน ซึ่งอาหารที่บรรจุในกล่องโฟมจะเกิดหารสะสมของสารสไตรีน โดยมีฤทธิ์ทำให้สมองมึนงง หงุดหงิดง่าย

ในผู้ชายที่มีการรับประทานอาหารจากกล่องโฟมบ่อย ๆ หรือรับสารสไตรีนอย่างต่อเนื่องก็จะมีโอกาสเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก และในผู้หญิงจะมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม ซึ่งทั้งในผู้หญิงและผู้ชายก็มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งตับแม้จะไม่มีการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

ปัจจัยที่ทำให้เราได้รับสารก่อมะเร็งจากกล่องโฟม

ปัจจัยที่ 1 อุณหภูมิของอาหารที่ร้อนขึ้นหรือเย็นลง

ไม่ใช่แค่อาหารร้อนนะคะ อาหารเย็นก็มีผลต่อการซึมออกมาของสไตรีนที่เป็นสารก่อมะเร็งจากกล่องโฟมใส่อาหาร ซึ่งวิธีการแก้ไขก็คือรอให้อุณภูมิอาหารเย็นลงก่อนค่อยใส่กล่องโฟม และห้ามนำอาหารที่บรรจุในกล่องโฟมเข้าแช่แข็ง

ปัจจัยที่ 2 อาหารที่มีน้ำส้มสายชุควรแยกน้ำ

อาหารที่เป็นกรดอย่างน้ำส้มสายชู มะนาว หรือแม้กระทั่งน้ำมัน จะทำให้เกิดการออกมาของสไตรีนเข้าสู่อาหารได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นหากเราซื้ออาหารรสจัดก็ให้แยกน้ำออกมาใส่อย่างอื่น

ปัจจัยที่ 3 หลีกเลี่ยงการทิ้งอาหารไว้ในกล่องโฟมเป็นเวลานาน

หากซื้ออาหารที่ใส่กล่องโฟมมาแต่ไม่ได้รับประทานอาหารทันที ให้เรานำอาหารออกจากกล่องโฟมใส่ภาชณะอื่นที่ปลอดภัยจนกว่าถึงเวลาที่เราต้องรับประทาน

ปัจจัยที่ 4 ห้ามนำอาหารที่ใส่กล่องโฟมเข้าไมโครเวฟ

กล่องโฟมเป็นภาชนะที่ห้ามนำเข้าไมโครเวฟอยู่แล้วนะคะ ซึ่งการนำเข้าไมโครเวฟทำให้สารสไตรีนและสารเคมีอื่น ๆ เกิดขึ้นมามากมายเลยค่ะ หากจะทำการอุ่นอาหารต้องนำอาหารใส่ภาชณะที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ก่อน

ปัจจัยที่ 5 อาหารที่ใช้พลาสติกรองในกล่องโฟม

เรามักเห็นร้านค้าใจดีที่นำพลาสติกรองกล่องโฟมก่อนใส่อาหาร แต่ความหวังดีนี้จะทำร้ายเรามากขึ้นไปอีกเนื่องจากเราจะได้รับสารก่อมะเร็งที่ชื่อว่าไดออกซินขากพลาติกที่ใช้รองอาหารอีกด้วย


ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการใช้ภาชณะโฟมจะดีที่สุดนะคะ เพราะนอกจากเรื่องารก่อมะเร็งที่สะสมในอาหารที่เรารับประทานแล้ว การกำจัดกล่องโฟมยังทำได้ยาก เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม หรือการกำจัดที่ไม่ถูกวิธีก็ยิ่งทำให้มีสารก่อมะเร็งเพิ่มมากขึ้นรอบ ๆ ตัวเรามากขึ้นไปอีกค่ะ

นางสาวไทยปี 2541 จบปริญญาเอกสาขาวิทยาศาสตร์การชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง รวมถึงสอบผ่านมาตรฐานผู้มีวิชาชีพด้านสุขภาพวิทยาศาสตร์ชะลอวัยจาก American Board Anti-Aging Health Practitioner สถาบัน A4M และปัจจุบันกำลังศึกษาต่อปริญญาเอกด้าน Anti Aging and Regenerative Science ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
ติดตามความเห็น
รูปแบบการแจ้งเตือน
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments